Gamera: Guardian of the Universe ปฐมบทแห่งเต่ายักษ์ยุคใหม่

กาเมร่า ชื่อที่คุ้นหู ติดปากน้องๆ ก็อตซิล่า  หนังสัตว์ประหลาดที่สร้างมามากกว่า 10 ภาคกินเวลายาวนานกว่า 40 ปี แต่ความยิ่งใหญ่ อันน่าจดจำของหนังชุดนี้นั้นได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1993 นี้เอง Gamera: Guardian of the Universe เป็นตอนแรกของ ไตรภาคกาเมร่า แห่งยุค 90 ที่สร้างความฮือฮา กลายเป็นหนึ่งในหนังแนวนี้ที่ดีที่สุดตลอดการเลยทีเดียว

เต่ายักษ์ กาเมร่า เป็นหนึ่งในเครื่องหมายการค้าของ ตำนานหนัง ไคจู (หนังสัตว์ประหลาดยัก) บริษัท ไดเอะ (Daie) ที่ยิ่งใหญ่เคียงคู่ ก็อตซิล่า ของโตโฮ มาตั้งแต่ยุค 60 ขณะที่สัตว์ประหลาดพลังนิวเคลียร์แห่ง โตโฮ นั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด รุนแรง

ไดเอะ เลือกที่จะวางบทบาทของ กาเมร่า ให้แตกต่างออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างหนังให้เข้าถึงผู้ชมกลุ่มเด็ก ตัวเรื่องก็ผูกให้ กาเมร่า มีความผูกพันธ์อยู่กับตัวละครเอก ที่เป็นเด็กชาย จนกระทั่งต่อมา กาเรม่า ก็ถูกขนานนามว่า “เพื่อนของเด็ก” ไปโดยปริยาย

แม้ความสำเร็จจะไม่สามารถเทียบเคียงกับหนัง ก็อดซิล่า แต่ระหว่างปี 1965 – 1975 กาเมร่าก็ถูกสร้างออกมาหลายภาค เรียกว่าไม่น้อยเลย จนกระทั่งหนังสัตว์ประหลาด เริ่มเสี่ยมความนิยมลงไป จากการรุกรานของหนังซุปเปอร์ฮีโร่ ในทีวี กาเมร่าจึงต้องยุติบทบาทไป ในขณะที่ลูกพี่ใหญ่ ก็อดซิล่า ยังคงได้รับโอกาศให้ มาเยี่ยมเยือน และถล่มโตเกียวจนราบ ไปจนถึงยุค 80

จนกระทั่งปี 1994 ที่เป็นวาระครบรอบ 30 ปีของเจ้าเต่ายักษ์ ไดเอะ (ที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Kadokawa Daiei Motion Picture Co. Ltd., หลังจากล้มละลาย และถูกขายต่ออยู่สองสามครั้ง) เริ่มมีความคิดที่จะรื้อฟื้อหนัง กาเมร่า ขึ้นมาอีกครั้ง

ผู้กำกับหนุ่มดาวรุ่ง ชินซูเกะ คาเนโกะ แฟนตัวจริงของหนังไคจู ถูกเลือกให้มาเป็นผู้ชุบชีวิต กาเมร่า ขึ้นมาอีกครั้ง เขานำทีมงานรุ่นใหม่ไฟแรง ที่ส่วนใหญ่มีประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย จากทั้งหนัง และอนิเมชั่น มาช่วยเติมความสดใหม่ให้กับ กาเมร่า

โค โอทานิ นักประพันธ์ผู้มีผลงานทั้ง อนิเมชั่น และวิดิโอเกมส์ คาซิโนริ อิโตะ นักเขียน จากทีมงาน Headgear ของมาโมรุ โอชิอิ ผู้อยู่เบื้องหลัง บทภาพยนตร์ของงานไซไฟ อนิเมะระดำตนานหลายๆ เรื่อง (Ghost in the Shell, Patlabor) และสุดท้าย ชินยิ ฮิกูจิ มือเทคนิคพิเศษ ที่ทำงานอาร์ทให้กับ อนิเมชั่นของ Gainex อย่าง Neon Genesis Evangelion และ Gunbuster ที่ตอนนี้ได้ดิบได้ดีกลายเป็นผู้กำกับหนัง ระดับบลอคบาสเตอร์ของญี่ปุ่นไปแล้ว

เนื้อเรื่องนั้นผูกโดยการดึงเอาตำนานโบราณ เข้ามาผสมสร้างความน่าเชื่อถือ ย้อนหลังไปหลายพันปีก่อน อาณาจักรเอทแลนติส มีวิทยาการที่ก้าวหน้า กว่ายุคปัจจุบันนี้มาก สร้างและเผาพลาญพลังงานมากมาย จนเกิดเป็นปัญหาขยะพิษที่ไม่สามารถกำจัดได้ พวกเขาใช้เทคโนโยลีทางชีวภาพ สร้างสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “กายาโอส” ขึ้นมา รูปร่างคล้ายนกยักษ์ ที่สามารถกัดกินทำลาย ขยะพิษเหล่านั้นได้ แต่สิ่งที่ชาวเอทแลนติสไม่ได้คาดการไว้ก็คือ กายาโอส ขยายพันธ์กันอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่สามารถควบคุมได้ สัตว์ยักษ์ “กาเมร่า” “จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขสถานการณ์ แม้จะประสบผลสำเร็จ เมื่อมันกำจัดนกยักษ์กายาโอสได้ในที่สุด แต่ก็สายเกินแก้เมื่อ ความพังพินาศได้ลุกลามใหญ่โต จนไม่สามารถยับยั่งให้ แอทแลนติส รอดพ้นจากการล่มสลายไปได้

เมื่อเวลาผ่านพ้นไปหลายพันปี มนุษย์โลกได้สร้างอารยธรรมขึ้นมาใหม่อีกครั้งเป็นโลกที่เราอาศัยอยู่ร่วมกันในขณะนี้ เรื่องราวของ Gamera: Guardian of the Universe เริ่มต้นที่จุดนี้เมื่อมีการค้นพบ สิ่งมีชีวิตประหลาด เป็นกยักษ์ประเภทที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมากก่อน มันคือ กายาโอส นั่นเอง ผู้พิทักษ์ กาเมร่า จึงจำเป็นต้องตื่นขึ้นมาเพื่อกำราบศัตรูคู่อาฆาตอีกอีกครั้ง

Gamera: Guardian of the Universe เล่าเรื่องในแบบดังเดิมของหนังสัตว์ประหลาด ตัวละครมีบทบาทเป็นเพียงผู้สังเกตุการณ์ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น นายทหารหนุ่ม นักวิทยาศาสตร์สาว และเด็กหญิงผู้สามารถสื่อสารกับสัตว์ยักษ์ได้

ผลออกมาจากจะไม่ถึงกับ เป็นหนังทำเงินถล่มทะลาย แต่กลับถูกใจแฟนพันธ์แท้หนังสัตว์ประหลาด เช่นเดียวกับนักวิจารณ์ที่ชื่นชมว่า คาเนโกะ สามารถเรียกจิตวิญญานดั่งเดิมของหนังแนวนี้ กลับมาได้ ที่สำคัญก็คือ การสร้างภาพอันดูจริงจัง น่าเชื่อถืออย่างที่หนังชุดนี้ไม่เคยทำได้มากก่อน โดยไม่ทิ้งบรรยากาศเก่าๆ ภาพเมือง (ของเล่น) ถูกบดขยี้ ชาวเมืองวิ่งหนีภัยกันด้วยความโกลาหน

ในขณะเดียวกัน ที่หนังก็ยังผสมเทคนิคและภาษาหนังสมัยใหม่ ลงไปได้อย่างลงตัว ชินซูเกะ คาเนโกะ นั้นประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ความพยายามในการออกแบบฉากแอ็กชั่น และคิดหามุมภาพ องค์ประกอบเจ๋งๆ มากมาย โดยเฉพาะการเน้นที่จะเสนอภาพในมุมมองของตัวละคร มากกว่าจะเป็นมุมมอง “พระเจ้า” ที่มองเห็นเหตุการณ์จากมุมมองไกลโพ้น แบบหนังแนวเดียวกันเรื่องอื่นๆ สร้างวิชวลที่ดูจริงจังสัมผัสได้ แต่ก็มีสีสรรค์แบบหนังญี่ปุ่นแท้ๆ

ภาพหลายๆ ตอนของหนัง กลายเป็นภาพจำของหนัง ฉากที่พวกมนุษย์พยายามหลอกล่อกายาโอส เข้ามาในสนามกีฬาโตเกียวเพื่อจัดการก่อตจะพบว่าเป็นความคิดที่ผิดโดยสิ้เชิง ดูโกลาหนและน่าสะพลึกกลัว, ฉากต่อสู้กลางป่าระหว่างสองพระเอก (ยักษ์ใหญ่) โดยมีเหล่ามนุษย์ผู้น่าสงสาร เป็นศักขีพยาน อยู่ตรงสภาพแขวนระหว่างช่องเขานั้นถือว่าน่าตื่นเต้นยิ่ง ขณะที่ ภาพในตอนท้ายเรื่อง ที่นกยักษ์กายาโอส ขึ้นไปทำรังอยู่บนหอโตเกียว เมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า ตามกลางการจ้องมองของเหล่ามนุษย์ผู้ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ เป็นภาพแห่งความสงบ ที่ไม่น่าไว้วางใจ

วัดกันในระดับตำนานแล้ว กาเมร่า อาจจะเป็นรองก็อตซิล่า อยู่หลายขุม แต่ถ้านำเฉพาะในยุค 90 ก็ต้องบอกว่า Gamera ได้โอกาศโต้กลับ และพลิกกลับมาเป็นผู้นำได้อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยหนัง ไตรภาคแห่งยุคเฮเซนี่เอง

PRO: หนังสัตว์ประหลาดที่ดีที่สุดแห่งยุค 90, สร้างความจริงจัง น่าเชื่อถือให้กับหนังแนวนี้ได้ดี, เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม

CON: เนื้อเรื่องยังถือว่าธรรมดาๆ, เทคนิคพิเศษอาจจะดูแล้วเชย และไม่น่าเชื่อถือสำหรับ ผู้ชินตากับ CG ในยุคนี้

Director: Shusuke Kaneko  | Producer: Tsutomu Tsuchikawa|SFX: Shinji Higuchi | Writers: Katsunori Ito| Cast: Ayako Fujitani, Shinobu Nakayama, Yukijiro Hotaru, Tsuyoshi Ihara

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: