Undisputed II: Last Man Standing (2006, Isaac Florentine)

Undisputed II: Last Man Standing หนังแอ็กชั่น ต่อยมวย ฟอร์มเล็กๆ ดาราระดับธรรมดาๆ แต่ดูได้สนุกเกิดคาดไปมาก

ในปี 2002 มีหนังเล็กๆ เรื่องหนึ่งของพระเอกหนังแอ็กชั่นผิวดำ เวสลี่ สไนท์ ออกฉายชื่อเรื่องว่า Undisputed เล่าเรื่องของนักมวย แชมป์โลก จอร์จ แชมเบอร์ส (วิง เรมส์) ต้องโทษ กระทำความผิด จนต้องเข้าไปนอนในซังแต และต้องไปพัวพันกับ ศึกชกมวยในคุก ระหว่างเขาแชมป์โลก ผู้ยิ่งใหญ่ กับ แชมป์ใต้ดิน ผู้ยิ่งใหญ่ในกรงขังอย่าง มอนโรอ์ ฮันเช่นส์ (เวสลี่ สไนท์)

ตัวหนังก็ไม่ได้มีอะไรให้พูดถึงมากมายนะครับ เป็นหนังแอ็กชั่นเล็กๆ ที่แม้จะได้ดาราระดับชื่อ (เคย) ดังมาเล่น ก็ไม่ได้มีฟอร์มอะไรมากมาย ผู้สร้างดูเหมือนจะทำฉาย ไปอย่างงั้นๆ คงจะรอเก็บเงินทางตลาดวีดีโอมากกว่า อย่างไรก็ตาม ขนาดหนังไม่ได้มีอะไรโดดเด่น น่าสนใจ อย่างนี้ ก็อุตส่าห์มีภาคต่อ ออกมากับเค้าด้วย ซึ่งครั้งนี้ ก็ไม่ต้องไปฉายโรงกันให้เสียเวลา เพราะหนังถูกสร้างออกมาเป็น หนังแผ่น นำออกขายเป็น DVD และออกให้เช่าตามศูนย์เช่า กันทันทีเลย

ที่น่าเซอร์ไพรซ์ก็คือ ตัวหนังดันสนุกเกิดภาคแรกไปมาก โดยเฉพาะกลายเป็นที่กล่าวขวัญถึงในแวดวง แฟนหนังแนวศิลปะป้องกันตัว ทันทีที่ออกจำหน่าย หนังมาอยู่ในมือของผู้กำกับ หนังเกรดบีชื่อ ไอแซก ฟลอเรนทีน ที่มีผลงานส่วนใหญ่ เป็นประเภทหนังแผ่น หนังวีดีโอเป็นส่วนใหญ่ หนังลดค่าใช้จ่ายทางด้าน นักแสดงลงด้วยการ เลือกใช้ดาราชื่อเสียงรอง ขณะที่คุณภาพของโปรดักชั่นยังคงดีเยี่ยม ในมาตรฐานหนังฮอลลีวูดอยู่ ที่สำคัญหนังได้ทีมงานสตั้นเกรดเอ โดยเฉพาะ เจเจ เพอร์รี่ ยอดผู้กำกับคิวบู๊ ที่มีรายชื่อผลงานยาวเป็นหางว่าว มารับหน้าที่กำกับ และออกแบบฉากต่อสู้ในหนัง

หนังหยิบตัวจากจากภาคแรกอย่างนักมวย แชมป์โลก จอร์จ แชมเบอร์ส มาเล่าเรื่องอีกครั้ง แต่เปลี่ยนตัวนักแสดงมาเป็น ไมเคิล ไจ วาย ดาราบู๊ผิวสี ที่ถูกมองข้ามมานานจากฮอลลีวูด มารับบทนำ พูดถึงพ่อหนุ่มคนนี้กันหน่อยนะครับ ไมเคิล ไจ วาย อายุ 40 ปีแล้ว เข้าวงการมาตั้งแต่ปลายยุค 80 เริ่มต้นในฐานะตัวประกอบเล็กๆ ในหนังเกรดบี ไต้เต้ามาเรื่อยๆ จนกลายเป็นนักแสดงนำ ใหนนังหลายๆ มีสร้างชื่อได้พอสมควรก็คือ การรับบท ไม ไทสัน ในหนังเรื่อง Tyson ของสถานีโทรทัศน์ HBO และรับบทซุปเปอร์ฮีโร่ด้านมือนาม Spawn ในยุคที่หนังฮีโร่ยังไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตเหมือนปัจจุบันนี้

ความน่าสนใจ และถือเป็นจุดเด่นของ ไมเคิล ไจ วาย ก็คือ การมีพื้นฐานทางด้านคิวบู๊ตัว และทักษะร่างกาย ระดับเกรดเอ เขาได้รับสายดำ จากศิลปะป้องกันตัว หลายแขนงทั้ง วูซู, เทควันโด้, โกโจริว ฯลฯ น่าเสียดายความสามารถเหล่านี้ ไม่ได้ค่อยถูกผู้กำกับคนใด หยิบมาใช้ได้อย่างคุ้มค่าซักเท่าไหร่ ดาราหนุ่มยังคงต้องวนเวียนเล่นหนังหลายประเภท ทั้งหนังตลก และโรแมนติก ของกลุ่มหนังคนผิวสี แม้กระทั่งได้มีโอกาศรับบทเล็กๆ ในหนังแอ็กชั่น Kill Bill ก็ยังถูกดัดทิ้งไปใน ขั้นตอนสุดท้าย

Undisputed II: Last Man Standing ถือเป็นโอกาศสำคัญอีกครั้งของ ไมเคิล ไจ วาย กับการพิสูจน์ตัวเองในฐานะ แอ็กชั่นฮีโร่ แม้ในเรื่องเขารับบทเดิมที่ วิง เรมส์ เคยแสดงไว้ในภาคแรก แต่บุคลิก ลักษณะนิสัย ของตัวละครก็ดูเหมือนว่าจะมีการปรับเปลี่ยนใหม่ จากนักมวยผู้ยะโสโอหัง กับความโด่งดังของตัว ในภาคแรก เป็นนักมวยหนุ่มชาวอเมริกัน ผู้เลือดร้อน ปากเร็ว พร้อมจะระเบิดอารมณ์ได้ทุกเวลา

หลังจากสูญเสียเข็มขัดแชมป์โลกไป จอร์จ “ดิ ไอซ์แมน” แชมเบอร์ส เริ่มตกอยู่ในสภาพถังแตก ในเมื่อเส้นทางของนักมวย ยังไม่จบลง เขายังคงรอคอยโอกาศทวงคืนเข็มขัด กลับมาอีกครั้ง การหาเงินเพื่อผ่านเวลาแห่งความยากลำบาก ที่กำลังเกิดขึ้นก็เป็นสิ่งจำเป็น เขาจำยอมรับรับงาน อย่างการถ่ายโฆษณา เครื่องดื่มชูกำลัง ในรัสเซีย

เหตุการณ์พลิกผัน เมื่อ แชมเบอร์ส ต้องไปพัวพันกับคดียาเสพติด ที่เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว อดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทชาวสหรัฐถูกส่งตัว ไปขุมขังยังเรือนจำคุกที่บ้าคลั่ง และสุดโหดที่สุดของรัสเซีย ในทันที แท้จริงแล้วเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้น เกิดจากการจัดฉากโดย มาเฟียรัสเซีย ที่หาเงินจากการรับพนัน ศึกมวยใต้ดินในคุก

แชมเบอร์ส ถูกบีบบังคับทุกวิถีทาง เพื่อให้ขึ้นชกกับ ยูริ บอยก้า (สก็อต เอดกิ้นส์) แชมป์ไร้พ่าย แห่งเวทีมวยใต้ดิน ปัญหาก็คือ บอยก้า ไม่ใช่นักมวย แต่เป็นนักสู้ MMA หรือ Mixed Martial Art ที่ต่อสู้ด้วยลีลา ผสมผสานศิลปะป้องกันตัวหลากหลายประเภท ทั้งประเภทยืนสู้แบบมวยไทย หรือศิลปะป้องกันตัวประเภทนอนสู้ และจับหัก อย่างยิวยิตสู หมัดของแชมป์โลก ต้องปะทะกับลีลาพลิกแพรงที่เขาไม่คุ้นเคย ที่หนักหนาสาหัสกว่าก็คือ ความถ่อยเถื่อน สกปรกนอกเกมส์ ที่คาดเดาไม่ได้ จากคุกแห่งนี้

Undisputed II ถือว่ามีคุณค่าเหนือหนังประเภท ส่งตรง DVD โดยทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด เนื้อเรื่องอาจจะไม่เด่นนัก แต่บรรยกาศพิศษ การนำเสนอคุกรัสเซียถือว่าได้ให้หนัง ดูไม่ซ้ำซาก แน่นอนคิวบู๊ระดับยอดเยี่ยมก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หนังดูดีมากๆ ดารานำทั้งสองสมควรได้รับคำชม และถูกใช้ในหนังแอ็กชั่น เรื่องต่อๆ ไปมากกว่านี้ นอกจากพระเอกผิวหมึก ไมเคิล จาย ไวท์ แล้ว ดาราแอ็กชั่น สตั้นแมน สก็อต เอดกิ้นส์ ที่ได้รับบทเด่นในหนังเป็นครั้งแรก ทั้งการแสดง และคิวบู๊ก็คือว่าโดดเด่นจริงๆ

ดู Clip ฉากต่อสู้ทั้งหมด 4 ฉากในหนังได้ที่นี่ครับ




PRO: ฉากต่อสู้สุดยอด, สองดารานำ ไมเคิล จาย ไวท์ กับ สก๊อต เอดกิ้นส์ แสดงได้ดีมาก

CON: เนื้อเรื่องธรรมดาเหนือเกิน, ตอนจบยืดยาวเสียเวลา ไร้สาระกับฉากดราม่าห่วยๆ

2 Responses

  1. น่าจะเป็นหนังศิลปะการต่อสู้ของชาติตะวันตกที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยดูมานะครับ
    ยอมรับว่า ดูจากคลิปนี่แล้ว อยากดูตัวหนังจริง ๆ ขึ้นมาทันที
    ฉากต่อสู้เยี่ยมยอดสุด ๆ
    อาจเยี่ยมกว่าหนังกังฟูบางเรื่องของฮ่องกงด้วย
    ชอบตรงที่เน้นคิวบู๊มวยเตะ ไม่มีลวดสลิงอะไรมาให้รำคาญตาเลย
    งานเจ๋งครับบ

  2. เนื้อเรื่องเหมือน In Hell ที่ Van Damn แสดง
    Ringo Lam กำกับ เลยนะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: